ความเป็นมาแห่งพระธรรมวินัย
สังคายนาครั้งที่ ๑
เพราะพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสว่า ดูก่อนอานนท์ ธรรมก็ดี วินัยก็ดี อันใด อันเราแสดงแล้วบัญญัติไว้แล้ว แก่ท่านทั้งหลาย ธรรมและวินัยนั้นจักเป็นศาสดาแห่งท่านทั้งหลาย โดยกาลที่ล่วงไปแล้วแห่งเรา ดังนั้น การสังคายนา คือ รวบรวมพระธรรมวินัยที่พระองค์ทรงแสดงไว้ในที่นั้น ๆ ตลอดเวลา ๔๕ ปี ให้เป็นหมวดหมู่ เพื่อเป็นหลักฐานในการประพฤติปฏิบัติ จึงเป็นเรื่องที่จำเป็น
เมื่อถวายพระเพลิงพระสรีระของพระศาสดาแล้ว ท่านพระมหากัสสปะได้นำเรื่องหลวงตาสุภัททะกล่าวล่วงเกินพระธรรมวินัยว่า บัดนี้พระสมณโคดมนิพพานแล้ว พวกเราอยากจะทำอะไรก็ทำ พูดเหมือนกับไม่เคารพพระธรรมวินัย ปรารถนาจะทำอะไรตามใจตนเอง โดยไม่ต้องปฏิบัติตามพระธรรมวินัย เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงอันตรายที่จะเกิดแก่พระพุทธศาสนา
พระมหากัสสปะ จึงชักชวนภิกษุทั้งหลายให้ทำการสังคายนาพระธรรมวินัย ได้คัดเลือกภิกษุสงฆ์องค์อรหันต์ ๕๐๐ รูป ไปทำสังคายนาที่ถ้ำสัตตบรรณคูหา ข้างภูเขาเวภารบรรพต แขวงเมืองราชคฤห์ เป็นสังคายนาครั้งแรก เมื่อพระศาสดาปรินิพพานได้ ๓ เดือน โดยมีพระเจ้าอชาตศัตรูเป็นองค์อุปถัมภ์ กระทำอยู่ ๗ เดือนจึงสำเร็จ
สังคายนาครั้งที่ ๒
เมื่อพระศาสดาปรินิพพานได้ ๑๐๐ ปี ภิกษุวัชชีบุตร ชาวเมืองเวสาลี แสดงวัตถุ ๑๐ ประการ อันผิดพระธรรมวินัย มีทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์เห็นดีเห็นชอบด้วยจำนวนมาก ยากที่จะแก้ไข องค์พระอรหันต์ ๗๐๐ รูป มีพระยสกากัณฑกบุตรเป็นประธาน ได้ประชุมกันที่วาลิการาม เมืองเวสาลี ชำระวัตถุ ๑๐ ประการ ประดิษฐานธรรมวงศ์ให้บริสุทธิ์สืบมา ทำอยู่ ๘ เดือนจึงสำเร็จ
สังคายนาครั้งที่ ๓
เมื่อพระศาสดาปรินิพพานได้ ๒๑๘ ปี ในรัชสมัยของพระเจ้าอโศกมหาราช แห่งปาฏลีบุตร เดียรถีย์ปลอมบวชในพระพุทธศาสนาจำนวนมาก ประพฤติผิดแปลกแตกต่างไปจากพระธรรมวินัย พระโมคคัลลีบุตรติสสเถระ ได้พึ่งราโชปถัมถ์ในพระเจ้าอโศกมหาราช กำจัดเดียรถีย์เหล่านั้นออกจากสังฆมณฑล แล้วพร้อมด้วยพะอรหันต์ ๑,๐๐๐ องค์ ชำระวาทะซึ่งเป็นมลทินแห่งพระธรรมวินัยออกได้แล้วประดิษฐานธรรมวงศ์ให้ดำรงสืบมา กระทำอยู่ ๙ เดือนจึงสำเร็จ




