คำขออุปสมบท และ พิธีอุปสมบท

      ปิดความเห็น บน คำขออุปสมบท และ พิธีอุปสมบท

คำขออุปสมบท และ พิธีอุปสมบท
อุปสมบท หมายถึงการบวชต่อจากการเป็นสามเณร โดยปกติถือกันว่าลูกที่ดีต้องบวชก่อนแต่งงาน ถ้าใครแต่งงานก่อนก็ถูกครหาด้วยการเล่นคำว่า " เบียดก่อนบวช" ใครยังไม่ได้บวชถือกันว่ายังเป็นคนดิบอยู่ ย่อมไม่เป็นที่ไว้วางใจของผู้หลักผู้ใหญ่ บางท่านไม่ยอมให้ลูกสาวแต่งงานกับคนดิบก็มี

 

            รับผ้าไตรอุ้มประนมมือแล้วเดินเข้าไปในที่ประชุมสงฆ์ในพิธี (สังฆนิบาต) แล้ววางผ้าไตรไว้ข้างตัวด้านซ้าย รับเครื่องสักการะถวายพระอุปัชฌาย์ กราบด้วยเบญจางคประดิษฐ์ ๓ ครั้ง แล้วอุ้มผ้าไตรประนมมือยืนขึ้นเปล่งวาจาขอบรรพชาว่า

 

เอสาหัง ภันเต, สุจิระปะรินิบบุ๊ตัมปิ
ตัง ภะคะวันตัง สะระณัง คัจฉามิ,
ธัมมัญจะ ภิกขุสังฆัญจะ,
ละเภยยาหัง ภันเต,
ตัสสะ ภะคะวะโต, ธัมมะวินะเย ปับบัชชัง,
ละเภยยัง อุปะสัมปะดัง,

ดุ๊ติยัมปาหัง ภันเต, สุจิระปะรินิบบุ๊ตัมปิ,
ตัง ภะคะวันตัง สะระณัง คัจฉามิ,
ธัมมัญจะ ภิกขุสังฆัญจะ,
ละเภยยาหัง ภันเต,
ตัสสะ ภะคะวะโต, ธัมมะวินะเย ปับบัชชัง,
ละเภยยัง อุปะสัมปะดัง,

ตะติยัมปาหัง ภันเต, สุจิระปะรินิบบุ๊ตัมปิ,
ตัง ภะคะวันตัง สะระณัง คัจฉามิ,
ธัมมัญจะ ภิกขุสังฆัญจะ,
ละเภยยาหัง ภันเต,
ตัสสะ ภะคะวะโต, ธัมมะวินะเย ปับบัชชัง,
*ละเภยยัง อุปะสัมปะดัง,

อะหัง ภันเต, ปับบัชชัง ยาจามิ อิมานิ, กาสายานิ วัตถานิ คะเหตะวา,
ปับบาเชถะ มัง ภันเต, อะนุกัมปัง อุปาทายะ,
ดุ๊ติยัมปิ อะหัง ภันเต, ปับบัชชัง ยาจามิ, อิมานิ กาสายานิ วัตถานิ คะเหตะวา,
ปับบาเชถะ มัง ภันเต, อะนุกัมปัง อุปาทายะ,
ตะติยัมปิ อะหัง ภันเต, ปับบัชชัง ยาจามิ, อิมานิ กาสายานิ วัตถานิ คะเหตะวา,
ปับบาเชถะ มัง ภันเต, อะนุกัมปัง อุปาดายะ,

 

*หมายเหตุ  ถ้าบวชเป็นสามเณรให้ละคำว่า ละเภยยัง อุปะสัมปะดัง ออก

พระอุปัชฌาย์รับเอาผ้าไตรจากผู้บวชวางไว้ตรงหน้าตัก ให้โอวาทและบอก ตะจะปัญจะกะ กัมมัฏฐาน แล้วให้ว่าตามไปทีละบท โดยอนุโลม (ไปข้างหน้า) และปฏิโลม (ทวนกลับ) ดังนี้
 

เกสา โลมา นะขา ดันตา ตะโจ  (อนุโลม)
ตะโจ ดันตา นะขา โลมา เกสา  (ปฏิโลม)

 

พระอุปัชฌาย์ชักอังสะออกจากไตรมาสวมให้ผู้บวช แล้วสั่งให้ออกไปครองผ้าครบไตรจีวรตามระเบียบ ครั้นเสร็จแล้วเข้าไปหาพระอาจารย์ รับเครื่องสักการะถวายท่านแล้วกราบ ๓ ครั้ง  นั่งคุกเข่าเปล่งวาจาขอสรณะและศีลดังนี้

อะหัง ภันเต สะระณะสีลัง ยาจามิ,
ดุ๊ติยัมปิ  อะหัง ภันเต สะระณะสีลัง ยาจามิ,
ตะติยัมปิ อะหัง ภันเต สะระณะสีลัง ยาจามิ,

(พระอาจารย์กล่าวคำนมัสการให้ผู้บรรพชาว่าตามดังนี้)
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมบุ๊ดธัสสะ (๓ จบ)

พระอุปัชฌาย์จะกล่าวว่า เอวัง วะเทหิ หรือ ยะมะหัง วะทามิ ตัง วะเทหิ
ให้รับว่า อามะ ภันเต แล้วท่านจะว่านำสรณคมน์ก็ให้ว่าตามดังนี้

บุ๊ดธัง สะระณัง คัจฉามิ,
ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ,
สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ,
ดุ๊ติยัมปิ  พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ,
ดุ๊ติยัมปิ  ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ,
ดุ๊ติยัมปิ  สังฆัง  สะระณัง คัจฉามิ,
ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ,
ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ,
ตะติยัมปิ สังฆัง  สะระณัง คัจฉามิ,

พอจบแล้วทางพระอุปัชฌาย์จะบอกว่า  ติสะระณะคะมะนัง นิฏฐิตัง ก็ให้รับว่า อามะ ภันเต  ต่อจากนั้นก็สมาทานสิกขาบท ๑๐ ประการโดยว่าตามท่านไปเรื่อยๆ ดังนี้

ปาณาติปาตา                              เวรมณี
อดินนาดานา                              เวรมณี
อะพรหมจริยา                            เวรมณี
มุสาวาดา เวรมณี
สุราเมรยะมัชยะปมาทัฏฐานา      เวรมณี
วิกาละโภชนา       เวรมณี
นัจจะคีตะวาดิตะวิสูกะดัสสนา     เวรมณี
มาลาคันธะวิเลปะนะธารณะมัณดะนะวิภูสะนัฏฐานา          เวรมณี
อุจจาสะยะนะมะหาสะยะนา        เวรมณี
ยาตะรูปะ ระยะตะ ปฏิคคหณา     เวรมณี

(และกล่าว ๓ ครั้งว่า)
อิมานิ ดะสะ สิกขาปะดานิ สมาดิยามิ (เสร็จแล้วรับบาตรอุ้มเข้าไปหาพระอุปัชฌาย์ในที่ประชุมสงฆ์ วางไว้ข้างตัวด้านซ้าย รับเครื่องสักการะถวายท่านแล้วกราบ ๓ ครั้ง นั่งคุกเข่าประนมมือกล่าวดังนี้)

 

  อะหัง ภันเต  นิสสะยัง ยาจามิ,
ดุ๊ติยัมปิ อะหัง ภันเต  นิสสะยัง ยาจามิ,
ตะติยัมปิ อะหัง ภันเต นิสสะยัง ยาจามิ,
อุปัชฌาโย เม ภันเต โหหิ  (ตรงนี้ว่า ๓ ครั้ง)

 

พระอุปัชฌาย์จะกล่าวว่า โอปายิกัง ปะฏิรูปัง ปาสาทิเกนะ สัมปาเทหิ ให้รับว่า สาธุ ภันเต ทุกครั้งไป

อัชชะตัคเคดานิ เถโร มัยหัง ภาโร อะหัมปิ เถรัสสะ ภาโร  (กล่าวตรงนี้ ๓ ครั้ง เสร็จแล้วกราบลง ๓ ครั้ง)

พระอาจาย์จะเอาสายคล้องตัวผู้บวช บอกบาตรและจีวรก็ให้ผู้บวชรับว่า อามะ ภันเต ๔ ครั้งดังนี้

 

     อะยันเต ปัตโต

    (รับว่า)  อามะ ภันเต

    อะยัง สังฆาฏิ

    (รับว่า)  อามะ ภันเต

    อะยัง อุตตะราสังโค

    (รับว่า)  อามะ ภันเต

    อะยัง อันตะระวาสะโก

    (รับว่า)  อามะ ภันเต

 

 

จากนั้นพระอาจารย์ท่านจะบอกให้ออกไปข้างนอกว่า  คัจฉะ  อะมุมหิ  โอกาเส  ติฏฐาหิ  ผู้บวชก็ถอยออกไปยืนอยู่ในที่      ที่กำหนดไว้  (ส่วนใหญ่จะเป็นบริเวณทางเข้าโบสถ์)  ต่อจากนี้พระอาจารย์จะสวดถามอันตรายิกธรรม  ให้รับ  นัตถิ ภันเต    ๕ ครั้ง และต่อด้วย อามะ ภันเต อีก ๘ ครั้งดังต่อไปนี้
 

 

           พระจะถามว่า

               ผู้บวชกล่าวรับว่า

         กุฏฐัง

          นัตถิ ภันเต

 

         คัณโฑ

          นัตถิ ภันเต

 

         กิลาโส

          นัตถิ ภันเต

 

         โสโส

          นัตถิ ภันเต

 

         อะปะมาโร

          นัตถิ ภันเต

 

         มะนุสโสสิ๊

          อามะ ภันเต

 

         ปุริโสสิ๊

          อามะ ภันเต

 

         ภุชิสโสสิ๊

          อามะ ภันเต

 

         อะนะโณสิ๊

          อามะ ภันเต

 

         นะสิ๊ ราชะภะโฏ

          อามะ ภันเต

 

อะนุญญาโตสิ๊ มาตาปิตูหิ

          อามะ ภันเต

 

ปะริปุณณะวีสะติวัสโสสิ๊

          อามะ ภันเต

 

ปะริปุณณันเต ปัตตะจีวะรัง

          อามะ ภันเต

 

          กินนาโมสิ

อะหัง ภันเต ...*(ชื่อพระใหม่) นามะ

 

โก นามะ เต อุปัชฌาโย

อุปัชฌาโย เม ภันเต อายัสสะมา        ปะภัสสะโร  นามะ

 

 

*(ชื่อพระอุปัชฌาย์) นามะ

 

         
 

*หมายเหตุ ผู้บวชจะต้องทราบชื่อทางพระที่พระตั้งให้ใหม่ก่อนวันบวชและต้องจำชื่อพระอุปัชฌาย์ให้ได้ด้วยเสร็จแล้ว

กลับเข้ามาข้างในที่ประชุมสงฆ์ กราบลงตรงหน้าพระอุปัชฌาย์ ๓ ครั้ง นั่งคุกเข่าประนมมือเปล่งวาจาขออุปสมบทดังนี้

สังฆัม ภันเต อุปะสัมปะดัง ยาจามิ
อุลลุมปะตุ, มัง ภันเต, สังโฆ อะนุกัมปัง อุปาดายะ,
ดุ๊ติยัมปิ ภันเต, สังฆัง อุปะสัมปะทัง ยาจามิ,
อุลลุมปะตุ, มัง ภันเต, สังโฆ อะนุกัมปัง อุปาดายะ,
ตะติยัมปิ ภันเต, สังฆัง อุปะสัมปะดัง ยาจามิ,
อุลลุมปะตุ, มัง ภันเต, สังโฆ อะนุกัมปัง อุปาดายะ,

ถ้ากล่าวพร้อมกันให้เปลี่ยนคำว่า ยาจามิ เป็น ยาจามะ และเปลี่ยน มัง เป็น โน
ต่อมาพระอาจารย์สวดสมมติตนถามอันตรายิกธรรม ผู้บวชก็รับว่า นัตถิ ภันเต ๕ ครั้ง และ อามะ ภันเต ๘ ครั้ง บอกชื่อพระใหม่ของตัวเอง และชื่อพระอุปัชฌาย์แบบที่ผ่านมาอย่างละหนึ่งครั้ง เสร็จแล้วก็นั่งฟังพระสวดกรรมวาจาอุปสมบทไปจนจบ พอจบแล้วท่านก็จะเอาบาตรออกจากตัว ให้กราบลง ๓ ครั้ง นั่งพับเพียบฟังพระอุปัชฌาย์บอกอนุศาสน์ไปจนจบ แล้วก็กล่าวรับว่า อามะ ภันเต เสร็จพิธีก็กราบ ๓ ครั้ง ถ้ามีเครื่องไทยทานก็ให้รับไทยทานถวายพระอุปัชฌาย์ พระกรรมวาจาจารย์ พระอันดับ เวลากรวดน้ำก็ให้ตั้งใจรำลึกถึงผู้มีพระคุณอุทิศส่วนกุศลแด่ท่าน      ขั้นตอนต่อไปก็นั่งฟังพระท่านอนุโมทนาต่อไปจนจบเป็นอันเสร็จพิธี

ดาวน์โหลดสื่อการสอน

เห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์ โปรดแชร์....